สาระน่ารู้เรื่องทั่วไป

เผยนาทีระทึก! หนุ่มพิธีกรชื่อดังถูกงูอนาคอนดาเขมือบ

เผยนาทีระทึก! หนุ่มพิธีกรชื่อดังถูกงูอนาคอนดาเขมือบ

คลิปเหตุการณ์นาทีที่ พอล โรซาลี่ พิธีกรสารคดี ถูกงูยักษ์อนาคอนดาเขมือบในรายการ Eaten Alive ท่ามกลางทีมงานช่วยลุ้น และคอยให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ช่อง Discovery Channel ปล่อยตัวอย่างสารคดีชื่อ Eaten Alive สารคดีที่พิธีกรชื่อดังพอล โรซาลี่ ยอมอุทิศตัวให้งูยักษ์อนาคอนดากลืนร่างของเขา เพื่อศึกษาการทำงานของเจ้างูตัวนี้ว่าทำอย่างไรกับการกินเหยื่อในแต่ละครั้ง และได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในความไม่เหมาะสมอย่างมาก เพราะพวกเขาเห็นว่าเป็นการทารุณกรรมต่อสัตว์ พร้อมเรียกร้องให้ทางช่องถอดรายการนี้ออกหรือห้ามออกอากาศเลย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา รายการ Eaten Alive ก็ได้ออกอากาศให้ผู้ชมที่ติดตามได้ชมถึงวินาทีการถูกเขมือบ โดย พอล โรซาลี่ สวมชุดป้องกันอย่างแน่นหนาก่อนราดด้วยเลือดหมู แล้วล่อให้งูยักษ์ตัวนี้มารัดและกลืนร่างของเขา ซึ่งในคลิปที่ให้ชมเป็นช่วงเวลาที่งูกำลังรัดพอลอย่างแรง และทีมงานถามว่าไหวไหม จนกระทั่งพอลรู้สึกได้ว่าอนาคอนดาตัวนี้รัดเขาแรงมากที่แขน จนพอลขอให้ทีมงานเข้าช่วยแยกระหว่างเขาและงูยักษ์ออกจากกัน สุดท้าย พอล โรซาลี่ ก็มีชีวิตรอดปลอดภัยจากการถูกงูกิน

เสี่ยโผล่มอบตัว พัวพันฆ่าเด็ก 17 ปฏิเสธแต่ ตร.ค้านประกัน

เสี่ยโผล่มอบตัว พัวพันฆ่าเด็ก 17 ปฏิเสธแต่ ตร.ค้านประกัน

เมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ได้รับแจ้งประสานงานจาก นายศุภฤกษ์ เอี่ยมละออ ทนายความประจำสำนักงานศุภนิติ จ.อุทัยธานี นำตัว นายธนา ประไพวงษ์ หรือ เสี่ยต่อ เจ้าของกิจการรับซื้อของเก่า จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมอำพราง “น้องมด” เด็กวัยรุ่นอายุ 17 ปี เนื่องจากเข้าไปพัวพันในกรณีชู้สาว มีการโพสต์แชร์ขอความเป็นธรรมในโลกออนไลน์

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบปากคำ นายธนา ใช้เวลาไม่นานนัก ก่อนจะถูกแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันฆาตกรรมผู้อื่นเสียชีวิต โดยเจตนาหรือไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่ง นายธนา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะไปให้การในชั้นศาล ซึ่ง นายธนา ได้เปิดเผยว่า ไม่ได้ก่อเหตุฆ่าผู้ใด ยืนยันว่าตนเองบริสุทธิ์ ก่อนจะยื่นหลักทรัพย์โฉนดที่ดิน ประมาณ 600,000 บาท เพื่อขอประกันตัว

แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาหลักฐานข้อมูลต่างๆ ในคดีดังกล่าว พบว่ามีเพียงพอที่จะมัดตัวคนร้ายเอาไว้ได้ จึงได้คัดค้านปฏิเสธการยื่นขอประกันตัว และควบคุมตัว นายธนา ไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดขั้นตอนการดำเนินการ นายธนา มีท่าทีปกติและเรียบเฉยตลอดเวลา

ทั้งนี้ สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเหตุพบศพผู้เสียชีวิตถูกนำทิ้งไว้ใกล้กับเขื่อนสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา น้องมด เด็กวัยรุ่นอายุ 17 ปี ถูกพบว่าเสียชีวิตจากการถูกอาวุธมีดปลายแหลมแทงเข้าใต้รักแร้ และถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่หน้าอกข้างซ้าย อย่างโหดเหี้ยม

ซึ่งกรณีดังกล่าวมีการนำเอาเรื่องราวมาโพสต์แชร์ในโลกออนไลน์ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังคดีดังกล่าวไม่มีความคืบหน้า โดยมีการกล่าวอ้างว่าไปยัง นายธนา หรือ เสี่ยต่อ เป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว เนื่องจากสืบทราบว่า เกิดหึงหวงที่ น้องมด รู้จักและสนิทสนมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นสาวที่มีเสี่ยอุปการะเลี้ยงดูอยู่ โดยที่พ่อแม่ของน้องมดยังรับไม่ได้ เชื่อว่าลูกชายถูกวางแผนลวงฆ่าทิ้ง

ปรับ 5,000 สั่งพัก 7 วัน โชเฟอร์วลีเด็ด “ตายหรือยัง“

ปรับ 5

(9 ธ.ค.) จากกรณีคลิปวิดีโอภาพเหตุการณ์บนรถตู้โดยสารประจำทางคันหนึ่ง ซึ่งมีผู้โดยสารถ่ายคลิปบันทึกพฤติกรรมของคนขับรถตู้เอาไว้ เนื่องจากใช้ความเร็วเกินกำหนดกว่า 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จนหวั่นจะเกิดอันตราย คนขับรถตู้ให้เหตุผลว่าต้องทำเวลา พร้อมกับลั่นประโยคเด็ดว่า “ขับเร็วแบบนี้แล้วคุณตายหรือยัง?” จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ภายหลังจากที่เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น มีการสืบต่อกันมาว่า รถตู้คันดังกล่าวเป็นวินรถตู้ อนุสาวรีย์ชัยฯ – บ่อวิน จ.ชลบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกได้ทราบตัวและเชิญตัวมาสอบสวนเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นทันที นายวีระ จารึกกลาง ยอมรับว่าเป็นคนขับรถตู้ที่ปรากฏอยู่ในคลิปอื้อฉาวสังคม

นายวีระ ยังสารภาพว่า ใช้สติกเกอร์ดำติดทับเครื่อง RFID ตัวจับสัญญาณความเร็วของรถตู้เอาไว้ ซึ่งเครื่องจะตรวจวัดความเร็วของรถโดยสาร หากขับขี่ความเร็วเกินกว่า 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะส่งสัญญาณแจ้งไปยังกรมขนส่งฯ เพื่อบันทึกข้อมูลเอาไว้ และมีบทลงโทษต่อไป

ทั้งนี้ นายวีระ เล่าว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ขับรถออกจากวินรถตู้ จ.ชลบุรี เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ก่อนจะรับผู้โดยสารหญิงสาวที่เป็นผู้ถ่ายคลิปวิดีโอขึ้นมาจาก อ.บางวัว ก่อนจะตัดสินใจขึ้นทางด่วนบูรพาวิถี เพื่อทำเวลาให้ถึงวินรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ก่อนเวลา 17.30 น. เพื่อได้มีเวลาพักและวิ่งรถเที่ยวต่อไป

นอกจากนี้ นายวีระ ยังยอมรับผิดว่า เหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จึงพูดจาตอบโต้กับผู้โดยสารออกไปแบบไม่สุภาพเช่นนั้น

อย่างไรก็ตาม จากกรณีดังกล่าว ทางกรมการขนส่งฯ ได้สั่งระงับ นายวีระ ขับรถโดยสารเป็นเวลา 7 วัน สั่งปรับ 4,000 บาท ส่วนทาง บขส. สั่งปรับอีก 1,000 บาท ฐานมีกิริยาไม่สุภาพต่อผู้โดยสาร ทั้งนี้ยังพบว่า นายวีระ ไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะด้วย จึงจะยังเรียกตัว นายวีระ มาสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง

สำหรับวินรถตู้ อนุสาวรีย์ชัยฯ – บ่อวิน จ.ชลบุรี เป็นรถโดยสารร่วม มีรถตู้ให้บริการ 15 คัน ตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. เจ้าของวินรถตู้ชี้แจงว่า หากรถคันไหนออกตั้งแต่เวลา 05.00 น. จะสามารถวิ่งได้วันละ 4 เที่ยว แต่หากคันไหนออกสายก็จะวิ่งได้เพียงวันละ 2-3 เที่ยว ด้วยความเร็วที่กฎหมายกำหนด ทำให้รถตู้บางคันไม่มีเวลาหยุดพัก ถึงที่หมายก็รับผู้โดยสารต่อทันที พร้อมกับลักลอบฝ่าฝืนปิดเครื่องตรวจจับความเร็วเอาไว้

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 12 เดือน “อริสมันต์“ หมิ่น “อภิสิทธิ์“ ไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 12 เดือน “อริสมันต์“ หมิ่น “อภิสิทธิ์“ ไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุก 12 เดือน “อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง” หมิ่นประมาท “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” โดยไม่รอลงอาญา

คดีนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำ นปช. ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา

กรณีเมื่อวันที่ 11 และวันที่ 17 ตุลาคม 2552 นายอริสมันต์ ปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และหน้าทำเนียบรัฐบาล ถ่ายทอดสดผ่านช่องพีเพิล แชนแนล กล่าวหาทำนองว่า การบริหารงานของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ กู้ยืมเงินมาเพื่อทุจริตคดโกง โดยการหยิบยกเรื่องสถาบันมากล่าวอ้าง และกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ เป็นผู้หน่วงเหนี่ยวคำร้องฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้ล่าช้า รวมถึงสั่งทหารฆ่าประชาชน

โดยศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา รวมถึงให้ลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 2 ฉบับ ติดต่อกัน 7 วัน

ขณะที่ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมพร้อมปรึกษาหารือแล้วเห็นว่าที่นายอริสมันต์ อุทธรณ์ว่าถ้อยคำปราศรัยเป็นวาทะทางการเมือง เนื่องจากมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน ติชมด้วยความเป็นธรรม นั้น ศาลเห็นว่าถ้อยคำปราศรัยไม่ใช่การแสดงออกถึงอุดมการณ์ การกระทำของนายอริสมันต์ เป็นการใส่ความนายอภิสิทธิ์ อุทธรณ์ของนายอริสมันต์ ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่นายอริสมันต์ อุทธรณ์ขอให้ศาลลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้นเห็นว่า นายอริสมันต์ เป็นนักการเมือง ต้องมีความสำนึกในการกระทำของตนเอง มิใช่ปราศรัยใส่ความบุคคลอื่น ฝ่ายตรงข้าม หรือบุคคที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน อุทธรณ์ของนายอริสมันต์ฟังไม่ขึ้น ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นศาลอุทธรณ์ เห็นพ้องด้วยพิพากษายืนจำคุกนายอริสมันต์ 12 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ภายหลัง นายธนเดช พ่วงพูล ทนายความนายอริสมันต์ เปิดเผยว่า ได้ยื่นประกันชั้นศาลชั้นต้นเป็นเงินสด จำนวน 200,000 บาท และวันนี้เบื้องต้นจะเพิ่มวงเงินประกันเป็นเงินสด อีก 300,000 บาท รวม 500,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล